วันหนึ่งเมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน ได้รับโทรศัพท์จากน้อง โยชิมิ โฮริอุจิ ถามว่า : “พี่ปอม วันศุกร์นี้ว่างไหม จะให้ช่วยมาเป็น captionist หน่อยค่ะ”

 

 

ปอม : “เอ่อ...captionist นี่มันอะไรกันเหรอน้อง...ไม่เคยได้ยินอ่ะ”

 

 

โยชิมิ : “อ๋อ ก็มาพิมพ์ caption ให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนาที่เป็นคนหูหนวก/หูตึงน่ะพี่ เราพิมพ์สิ่งที่คนอื่นพูด แล้วส่งขึ้นบนหน้าจอใหญ่ให้คนหูหนวก/หูตึงได้อ่านว่าคนอื่นเค้าพูดอะไรกัน เค้าจะได้ตามทันและไม่ถูกแบ่งแยกออกจากการประชุมน่ะ”

 

 

จากวันนั้นมาจนถึงวันนี้...ได้ไปทำหน้าที่เป็น captionist มาแล้ว 3 ครั้ง ตอนแรกๆ ก็รู้สึกว่า “เออ ดีนะ เราเป็นคนตาบอด แต่หูได้ยิน เราก็สามารถพิมพ์สิ่งที่เราได้ยินให้เพื่อนคนที่หูไม่ได้ยินอ่านได้” แต่ก็ยังไม่รู้สึก “touch” มากเท่ากับครั้งล่าสุดที่ได้ไปทำหน้าที่เป็น captionist อีกครั้งให้กับเพื่อนหูตึงคนหนึ่งในงานฝึกอบรมการตั้งศูนย์ข้อมูลแลกเปลี่ยนข่าวสารของคนพิการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค  APCD Empowerment Cafe ที่จัดโดย Asia-Pacific Development Center on Disability (APCD) (ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียแปซิฟิค) สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกเป็นพิเศษกับการเป็น captionist ในครั้งนี้ คือ การที่เพื่อนหูตึงที่ได้อ่านข้อความที่เราพิมพ์ให้เค้า สามารถหัวเราะไปพร้อมๆ กับผู้เข้าร่วมอบรมคนอื่นๆ ได้ (ถึงจะเป็นแค่ครั้งเดียว เราก็รู้สึกว่าประสบความสำเร็จไงไม่รู้ค่ะ...) ถึงคนตาบอดกับคนหูตึง/หูหนวกจะสื่อสารกันลำบากอยู่สักหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะอยู่ร่วมกันไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเราจะหัวเราะในเรื่องเดียวกันไม่ได้...

 

 

อีกตัวอย่างหนึ่งของความ “แตกต่าง” แต่ไม่ “แปลกแยก” คือมีอยู่วันหนึ่งช่วงพักกลางวัน เรากับโยชิมิที่เป็นคนตาบอดด้วยกันทั้งคู่ เดินไปที่ห้องอาหารเพื่อรับประทานอาหารกลางวันกัน ปกติเราจะมีสต๊าฟของ APCD ที่มองเห็นพาไปและคอยอำนวยความสะดวกให้ แต่บังเอิญวันนั้นทุกคนกำลังยุ่งอยู่ เราก็เลยไปกันเอง 2 คน แต่พอไปถึงที่ห้องอาหาร พวกเราก็ไม่ต้องลำบากกันเลย เพราะผู้เข้าอบรมที่เป็นคนนั่งรถเข็น เป็นคนเข็นรถไปเอาอาหารมาให้ พร้อมเสิร์ฟน้ำชาและน้ำให้เรียบร้อย...

 

 

ทำให้นึกย้อนไปถึงประสบการณ์หลายครั้งของเราที่มีโอกาสได้พบปะผู้คนที่มีความ “แตกต่าง” ไปจากเรา แต่ก็สามารถช่ว